โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่
THEN
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลงทะเบียน
  • ลืมรหัสผ่าน
  • แก้ไขโปรไฟล์
  • ออกจากระบบ
textlink-86-bad10c35e94513e7.webp
textlink-127-a2c2e4135cafe306.webp
21-999476c4dae84430.webp
  • หน้าหลัก
  • ข่าว
  • บทความ
  • ดาวน์โหลด
  • แกลอรี่

เมนู

  • ประวัติ
  • วิสัยทัศน์
  • บุคลากร
  • ประมวลภาพกิจกรรม
  • ข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์
  • วีดีโอกิจกรรม
  • สาระความรู้
  • ดาวน์โหลด
  • การเรียนการสอนออนไลน์ โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ (SWCMOT)
  • Contact Us
  • เข้าระบบผู้ดูแล

ค้นหา

  • หน้าหลัก
  • บทความ
  • วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา

19 พ.ค. 2559 6,138 0 ความคิดเห็น

วันวิสาขบูชา
ความหมายของ วันวิสาขบูชา

     คำว่าวิสาขบูชาย่อมาจากคำว่า"วิสาขปุรณมีบูชา"แปลว่า"การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะดังนั้นวิสาขบูชาจึงหมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน6การกำหนดวันวิสาขบูชาวันวิสาขบูชาตรงกับวันขึ้น15ค่ำเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทยซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนแต่ถ้าปีใดมีอธิกมาสคือมีเดือน8สองหนก็เลื่อนไปเป็นวันขึ้น15ค่ำกลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายนอย่างไรก็ตามในบางปีของบางประเทศอาจกำหนดวันวิสาขบูชาไม่ตรงกับของไทยเนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากประเทศไทยทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไปตามเวลาของประเทศนั้นๆประวัติวันวิสาขบูชา และความสำคัญของ วันวิสาขบูชา
     วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่าง
กันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่

1.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ
     เมื่อพระนางสิริมหามายาพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับณกรุงเทวทหะเพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้นขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละณ สวนลุมพินีวันพระนางก็ได้ประสูติพระโอรสณใต้ต้นสาละนั้นซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน6ก่อนพุทธศักราช80ปีครั้นพระกุมารประสูติได้5วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า"สิทธัตถะ"แปลว่า"สมปรารถนา"เมื่อข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัยและมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้าและเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่านี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า"พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณเห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธ์อย่างยิ่งทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย"แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมารพระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส

2.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
     อนุตตรสัมโพธิญาณหลังจากออกผนวชได้6ปีจนเมื่อพระชนมายุ35พรรษาเจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าณใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราตำบลอุรุเวลาเสนานิคมในตอนเช้ามืดของวันพุธขึ้น15ค่ำเดือน6ปีระกาก่อนพุทธศักราช45 ปีปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่าพุทธคยาเป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยาแห่งรัฐพิหารของอินเดียสิ่งที่ตรัสรู้ คืออริยสัจสี่เป็นความจริงอันประเสริฐ4ประการของพระพุทธเจ้าซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน3คือยามต้น:ทรงบรรลุ"ปุพเพนิวาสานุติญาณ"คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้ยามสอง:ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ"คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลายยามสามหรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วยอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา

3.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน
     (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติสร้างภพอีกต่อไป)เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง45ปี จนมีพระชนมายุได้80พรรษาได้ประทับจำพรรษาณเวฬุคามใกล้เมืองเวสาลีแคว้นวัชชีในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน6พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลงแต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินาราประทับณป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพานเมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้นพระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า"ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธุ์ปรินิพพานในราตรีเพ็ญเดือน6นั้นประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทยปรากฎหลักฐานว่า วันวิสาขบูชาเริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกานั่นคือเมื่อประมาณพ.ศ.420พระเจ้าภาติกุราชกษัตริย์แห่งกรุงลังกาได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาจากนั้นกษัตริย์ลังกาพระองค์อื่นๆก็ปฏิบัติประเพณีวิสาขบูชานี้สืบทอดต่อกันมาส่วนการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นเพราะประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนากับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมีพระสงฆ์จากลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาและนำการประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้นได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือนางนพมาศสรุปได้ว่าเมื่อถึงวันวิสาขบูชาพระเจ้าแผ่นดินข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยจะช่วยกันประดับตกแต่งพระนครด้วยดอกไม้พร้อมกับจุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนครเป็นเวลา3วัน3คืนเพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัยขณะที่พระมหากษัตริย์และบรมวงศานุวงศ์ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายในไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธานส่วนชาวสุโขทัยจะรักษาศีลฟังธรรมถวายสลากภัตสังฆทานอาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณรบริจาคทานแก่คนยากจนทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ฯลฯ หลังจากสมัยสุโขทัยประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้นทำให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้นไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีการประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่2แห่งกรุงรัตนโกสินทร์(พ.ศ.2360)ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใหม่โดยสมเด็จพระสังฆราช(มี) สำนักวัดราชบูรณะถวายพระพรให้ทรงทำขึ้นเป็นครั้งแรกในวันขึ้น14ค่ำ15ค่ำและวันแรม1ค่ำเดือน6พ.ศ.2360และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการเพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญทำกุศลโดยทั่วหน้ากัน การรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้จึงถือเป็นแบบอย่างถือปฏิบัติในการประกอบพิธีวันวิสาขบูชาต่อเนื่องมาจวบจนกระทั่งปัจจุบันวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติวันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนาเนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนาคือเป็นวันที่พระศาสดาคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติตรัสรู้และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้และในวันที่13ธันวาคมพ.ศ.2542องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุมกำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่าVesakDayตามคำเรียกของชาวศรีลังกาผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณาและได้กำหนดวันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติตรัสรู้และปรินิพพานของพระบรมศาสดาโดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้นได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา จะแบ่งออกเป็น 3 พิธี ได้แก่

1. พิธีหลวง คือ พระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบในวันวิสาขบูชา
2. พิธีราษฎร์ คือ พิธีของประชาชนทั่วไป
3. พิธีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ กิจกรรมใน วันวิสาขบูชา

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

หลักธรรมที่สำคัญใน วันวิสาขบูชา ที่ควรนำมาปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรยึดมั่นในหลักธรรม ซึ่งหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติในวันวิสาขบูชา ได้แก่

1.ความกตัญญูคือการรู้คุณคนเป็นคุณธรรมที่คู่กับความกตเวทีซึ่งหมายถึงการตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ความกตัญญูและความกตเวทีนี้เป็นเครื่องหมายของคนดีทำให้ครอบครัวและสังคมมีความสุขซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งบิดามารดาและลูกครูอาจารย์กับศิษย์นายจ้างกับลูกจ้างฯลฯในพระพุทธศาสนาเปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป

2.อริยสัจ4คือความจริงอันประเสริฐ4ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในวันวิสาขบูชาได้แก่ทุกข์คือปัญหาของชีวิตสภาวะที่ทนได้ยากซึ่งทุกข์ขั้นพื้นฐานคือการเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญส่วนทุกข์จรคือทุกข์ที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวันเช่นการพลัดพลาดจากสิ่งที่เป็นที่รักหรือความยากจนเป็นต้นสมุทัยคือต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก"ตัณหา"อันได้แก่ความอยากได้ต่างๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนิโรธคือความดับทุกข์เป็นสภาพที่ความทุกข์หมดไปเพราะสามารถดับกิเลสตัณหาอุปาทานออกไปได้มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฎิบัติเพื่อแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตมั่นชอบ

3.ความไม่ประมาทคือการมีสติตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรพูดอะไรคิดอะไรล้วนต้องใช้สติเพราะสติคือการระลึกได้การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทซึ่งความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาดังนั้นในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ด้วยความมีสติวันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นวันที่มีการทำพิธีวันวิสาขบูชานับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณพระปัญญาคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง3ประการที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการดำรงชีวิต

บทความที่เกี่ยวข้อง

Copyright © 2026 โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ designed by Kotchasan.com GCMS Version 15.0.0
Link 1
Terms of Service Privacy Policy